นิทานบำเพ็ญธรรมยุคโบราณ
ยกเลิกประเพณีที่ไร้คุณธรรม
ณ.เมืองสารนาถในประเทศอินเดียสมัยโบราณ มีประเพณีที่ไร้คุณธรรม ซึ่งชาวเมืองยึดถือปฏิบัติอยู่อย่างหนึ่ง กล่าวคือ หากผู้เป็นพ่อหรือหัวหน้าครัวมีอายุครบ 60 ปีแล้ว ก็จะได้รับมอบรองเท้าเก่า ๆ ขาด ๆ แล้วไปทำหน้าที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้าน
ในเวลานั้นพี่น้องสองคน พ่อของพวกเขาอายุล่วงเลย 60 ปีไปแล้ว วันหนึ่งผู้เป็นพี่จึงสั่งน้องชายว่า “เธอจงไปเอารองเท้าเก่า ๆ คู่หนึ่งมาให้พ่อใส่ แล้วพาไปนั่งเฝ้าประตูเสียซิ ! ”
น้องชายของเขาไม่พูดอะไร นอกจากเดินเข้าไปหยิบรองเท้าเก่ามาหนึ่งคู่ แต่ทว่าขณะเดียวกันก็ถือมีดใหญ่มาด้วย ไม่ทันที่พี่ชายจะถามไถ่ ผู้เป็นน้องจัดแจงเอารองเท้าเก่าวางซ้อนกัน แล้วใช้มีดสับลงอย่างแรง มีดที่คมกริบตัดรองเท้าออกเป็น 2 ซีก ! พี่ชาย เห็นน้องกระทำเช่นนั้นจึงเอะอะว่า
“เธอตัดรองเท้าทำไม ? ทำไมไม่เอาไปให้พ่อดี ๆ ล่ะ?” น้องชายหันมาตอบว่า
“ในบ้านเราเหลือรองเท้าเก่า ๆ อยู่คู่เดียว ถ้าไม่ตัดเก็บไว้ครึ่งหนึ่ง หากวันหน้ามีคนต้องใช้แล้วจะเอาที่ไหน?” พี่ชายจึงย้อนถามว่า
“เธอคิดว่าจะเอาให้ใครใช้อีกล่ะ ?” น้องชายตอบว่า
“อ้าว...แล้วตัวพี่ละ!...ไม่มีวันที่จะเก่ลงหรอกรึ? เมื่อเวลานั้นมาถึง ลูกชายของพี่ก็ต้องหารองเท้าเก่าๆมาให้พี่ใส่ แล้วพาไปนั่งเฝ้าประตูบ้านเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ฉันจึงแบ่งรองเท้าไว้ครึ่งคู่ เพื่อว่าวันข้างหน้าพี่จะได้ใช้ไงล่ะ”
พี่ชายถึงกับตกตะลึง ยืนงงอยู่พักใหญ่แล้วรำพึงว่า “ต่อไปภายหน้า ต้องถึงคราวฉันแล้วรึ?” น้องชายสำทับว่า
“ถ้าพี่ไม่ไปเฝ้าประตู แล้วใครเฝ้าล่ะ ! ”
ผู้เป็นพี่ชายได้แต่นิ่งเงียบ น้องชายจึงกล่าวว่า
“ ประเพณีที่ไร้คุณธรรม อันเป็นการอกตัญญต่อพ่อแม่เช่นนี้ ไม่ควรเลยที่จะสืบทอดกันต่อไป”
จากนั้นสองพี่น้องจึงพากันเดินทางเข้าวัง เพื่อชี้แจงและแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านอัครเสนาบดีทราบ ต่อมาท่านอัครเสนาบดีได้นำความขึ้นกราบถวายบังคมทูลต่อพระเจ้าแผ่นดิน
ไม่นานจึงมีพระราชโองการ ให้ยกเลิกประเพณีที่ไร้คุณธรรมนี้เสียโดยเด็ดขาด
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



เป็นเรื่องเกี่ยวกับความกตัญญูเหมือนกัน
แสดงความคิดเห็น