สังสารวัฏ
การเรียนรู้เรื่องชีวิตของมนุษย์ใช่จำกัดอยู่เพียงด้านชีววิทยาซึ่งเป็นการเรียนรู้ชีวิตด้านวัตถุประกอบเป็นสังขารอันเป็นวัตถุธรรมก็คงไม่มีความหมายอะไรมากนัก แต่ชีวิตไม่ได้มีอยู่เพียงด้านวัตถุ
ธรรมเท่านั้น ชีวิตอีกด้านหนึ่งที่สำคัญและมีคุณค่าแก่การศึกษานั่นคือชีวิตด้านจิตวิญญูาณ (spiritual Sense) ซึ่งเป็นเรื่องของศาสนาเป็นสัทธรรม ไม่ใช่ปรัชญา (philosophy) ที่สอนกันในมหาวิทยาลัย มีตรรกะ (1ogic) อันเป็นแนวคิดของนักปรัชญา ที่พวกตะวันตกนำมาครอบงำ หาใช่ชีวิตที่เป็นจิตวิญญูาณ ( spiritual enlightenment) เป็นความรู้สว่างไสวทางจิตวิญูญาณ ส่วนการเรียนรู้ในมหาวิทยาลัย ความรู้ (knowledge) นั้นเป็นการศึกษาค้นคว้าโดยใช้เหตุผล (reasoning) เป็นเครื่องมือ สิ่งที่เรียนรู้ (understanding) ก็จะนำไปสู่การชักนำ (convice) ให้เข้าไปอีกขั้นหนึ่ง จากความรู้ (Knowlege) ซึ่งก็ไม่ใช่ความรู้แจ้ง เพราะมันอาศัยเหตุผล ความรู้ที่ได้จากการใช้เหตุผลนี้ มันไม่ใช่ความรู้แจ้งเพราะมันต้องใช้เหตุผลอยู่ร่ำไป กลายเป็นทาสของเหตุผล แต่ความรู้ที่ได้จากจิตวิญญาณต้องอาศัยประสบการณ์ (experience) ต่างๆในชีวิตเป็นบทเรียนหรือเรียกว่าประสบการณ์ทางจิตวิญญูาณ
(spiritual experience) ซึ่งเป็นธรรมะชั้นสูง เช่น ประสบการณ์ความเป็นเด็ก แล้วผ่านอะไรมาในชีวิต มีความเจ็บปวดอย่างไร มีความสุขอย่างไร กิเลสเป็นอย่างใร เหล่านี้เป็นต้น ความรู้ที่ได้เป็นความรู้ที่แท้จริง (Realization) มันจะนำไปสู่ความรู้แจ้ง(enlightenment) ซึ่งเป็นเรื่องแสงสว่างทางวิญูญาณ
แม้ว่าแต่ละคนจะมีประสบการณ์ของจิตวิญูญูาณมาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังจำกัดอยู่ในวงแคบ ๆ ในแต่ละวิถีจิต ซึ่งจะแตกต่างกันไป การเรียนรู้ประสบการณ์ของจิตวิญูญาณเพียงเท่านั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะช่วยพัฒนาชีวิตให้ก้าวหน้าให้สูงขึ้นไปจนนำไปสู่ความรู้แจ้งได้ ดังนั้น หนังสือสังสารวัฏ ที่ข้าพเจ้าจัดทำขึ้นนี้ ได้รวบรวมจากเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ กัน ที่มีความแปลกพิสดารที่เราพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็อยู่ในวิถีแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันเป็นสังสารวัฏของชีวิต หนังสือเล่มนี้ ข้าพเจ้าตั้งใจเขียนแบบตรงไปตรงมาเป็นภาษาง่าย ๆ ไม่มีหลักปรัชญาหรือตรรกะที่ทำให้ต้องปวดหัว เหมาะกับบุคคลทั่วไปที่สนใจการอ่านก็จะทำให้รู้จักเรื่องของชีวิต จิตวิญูญูาณ และกฎธรรมชาติได้พอสมควรเทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



ขอรับหนังสือ สังสารวัฏ ด้วยครับ จะนำไปบริจาคให้วัดต่อไป
กรุณาส่ง 28/2 ม.2
ต.หนองรี อ.เมือง จ.ชลบุรี
20000
แสดงความคิดเห็น