เรื่องเกี่ยวกับวัชรปารมิตาสูตร
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็นำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเล่าให้ลูกศิษย์ฟัง เมื่อสั่งเสียเรื่องงานศพให้เรียบร้อย มีลูกศิษย์คนหนึ่งพูดขึ้นว่า "ที่วัดจิงหยูมีอาจารย์ท่านหนึ่งมีธรรมสูงมากเขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ นั่งเรือเพียงวันเดียวก็ถึง ทำไมไม่ไปขอให้ท่านช่วย" เขาคิดในใจว่า ขืนรออยู่ในวัดนี้ก็รอแต่ความตาย สู้ไปลองดูสักครั้ง อาจมีทางรอดก็ได้ จึงรีบแต่งตัวออกเดินทาง
พอถึงวัดจิงหยู พอพบหน้าอาจารย์ก็เศร้าเสียใจร้องไห้น้ำตาไหลพราก เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้อาจารย์รู้พร้อมขอความช่วยเหลือ อาจารย์พูดว่า "เจดีย์ที่นี่ก็ล้มพัง ถ้าเจ้าจริงใจศรัทธา ยอมออกไปขอรับบริจาคทรัพย์มาสร้างใหม่ อาตมาก็จะสอนวิธีให้เจ้าช่วยเหลือตนเอง รับรองว่ายมทูตไม่มีทางจับเจ้า"
เขาได้ยินเช่นนั้นทั้งดีใจทั้งตกใจ จึงคุกเข่าลงตั้งปณิธานกล่าวว่า "ถ้าหากไม่ต้องตายฉันก็ยินยอมไปหาเงินบริจาคมาก่อสร้างพุทธเจดีย์ที่หักพังใหม่" พอกล่าวปณิธานจบลง อาจารย์ก็ส่งพวงลูกประคำให้เขา พร้อมพูดว่า "เจ้าต้องไม่นอนภายใน 7 วัน ให้อยู่แต่ในห้อง แล้วตั้งใจสวดวัชรปารมิตาสูตรในพระสูตร" "ควรรู้ว่าสถานที่นี่ เพื่อสร้างเป็นเจดีย์" เขาทำตามคำแนะนำของอาจารย์โดยไม่ออกจากห้องเลย ตั้งใจสวดตลอดเวลา
พอผ่านมา 7 วัน ยมทูต 2 ตน ก็เข้ามายังที่อยู่ของอาจารย์ พูดกับอาจารย์ ว่า มีภิกษุรูปหนึ่งได้ถึงอายุขัยมาหลบซ่อนที่นี่ ขอท่านอำนวยความสะดวกด้วย อาจารย์พูดว่า "เขาอยู่ในห้อง พวกเธอเข้าไปจับตามสบาย" พอยมทูตจะเหยียบเข้าห้อง ก็ตกใจถอยหลังออกมาพูดว่า "ในห้องนี้ได้เห็นเจดีย์องค์หนึ่ง มีแสงฉายออกมาแสบตา ทำให้ตาของเราลืมไม่ขึ้น" ตอนนี้อาจารย์จึงพูดกับยมทูตว่า "เขาสวดคัมภีร์ที่สุดยอดแล้วก็ตั้งมหาปณิธานแรงกล้าถึงแม้จะเป็นเทพเจ้าสวรรค์ ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ พวกเจ้ากลับไปรายงานท่านยมบาลก่อน บอกว่า พระภิกษุฮ้วยหลินถูกอาจารย์ขอให้อยู่ช่วยสร้างเจดีย์บุญกุศลทางยมบาลก็ได้รับด้วย พวกเจ้าก็ไม่มีโทษ" ยมทูตทั้งสองทำอะไรไม่ได้ จึงกลับไปรายงานแก่ยมบาลโดยดี
พระภิกษุรูปนี้ ผ่านด่านตายมาได้ ไม่กล้าปล่อยให้เวลาผ่านไป จึงได้ทำโซ่ตรวนใส่ตนเองไว้ เขาไม่กลัวความหนาวในฤดูหนาว และความร้อนในฤดูร้อน คุกเข่าอยู่ที่ชุมนุมชน เพื่อขอรับบริจาคจากมวลชน ผ่านกาลเวลาเช่นนี้ไปหลายปี จึงสร้างเจดีย์สำเร็จได้มหากุศล
เทวดาประจำตัว
ภพภูมิของเทพ-เทวดามีทั้งหมด ๖ ชั้นนับจากโลกมนุษย์ขึ้นไป จะอยู่ในสภาวะหรือมีสภาพร่างกายและทุกอย่างเป็นทิพย์ทั้งหมด(อากาศธาตุ) จะไม่มีรูปร่างที่จับต้องได้ด้วยกายหรือมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อของมนุษย์ได้ เราจะรู้เห็นและสัมผัสได้โดยทางจิตเท่านั้นและจะต้องเป็นจิตที่ได้รับการฝึกฝนมาแล้วเป็นอย่างดีถึงขั้นที่เรียกว่าได้ " อภิญญาจิต " ภพภูมิของเทพเทวดานั้นมีแต่เสวยและรับแต่ความสุข ความเกษมสำราญแต่เพียงอย่างเดียวไม่มีความทุกข์ยากลำบากอะไร เพราะอยากจะได้หรืออยากจะมีอะไรแค่ทำการนึกคิดเอาก็ได้สมประสงค์สมปรารถนาทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีอารมณ์มีความรู้สึกรัก โลภ โกรธ หลง มีครอบครัว มีพ่อแม่ มีลูกมีหลานเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่าง เทพเทวดาก็มีทุกข์เหมือนกัน มีตอนที่รู้ว่าบุญใกล้จะหมดแล้วจะต้องลงมาเกิดยังโลกมนุษย์และทุกข์มากๆ ถ้ามาเกิดยังโลกมนุษย์แล้วไม่ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะการที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์นั้นสมารถทำตัวเอง ศึกษาหลักธรรมแล้วปฏิบัติฝึกจิตของตนเองให้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานได้ เทพเทวดาเหล่านี้มาจากไหน? ก็เป็นดวงจิตดวงวิญญาณที่มาจากมนุษย์ที่ตายแล้วและเป็นมนุษย์ที่มีทาน ... รายละเอียด
- วันเข้าพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต
- วันอาสาฬหบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก
- รวมเคล็ดลับการแก้กรรมแบบต่างๆ
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น
- วันออกพรรษา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
- มนุษย์เกิดมาทำไม? เล่ม1 99
- ตายแล้วฟื้นแค่ 4 ชั่วโมง เพราะพญายมให้เวลามารับวิถีอนุตตรธรรมธรรมแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้น 78
- เทวดาประจำตัว 58
- เคล็ดการใช้อำนาจบุญแก้กรรมเก่า-ปัญหาชีวิต 48
- บาปกรรมจากการลวกหอยแครง 36
- ภัยพิบัติเกิดจากเวรกรรมของ มนุษยชาติ 31
- บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า 31
- 9 สิ่งมงคลสำหรับชีวิต 30
- ชาติก่อนและชาติปัจจุบันของสุกรตัวหนึ่ง 30
- พุทธทำนาย ถอดความจากศิลาจารึก 27



แสดงความคิดเห็น