โครงการให้ชีวิตเพื่อต่อชีวิต

ใครๆ ก็รักชีวิตของตน?

ตามหน้าข่าวที่เราท่านเคยได้ยินเป็นประจำ เช่น การที่ควาย หรือ วัว หรือ สัตว์อื่นๆ ที่พยายามหนีตายจากโรงฆ่าสัตว์ เพราะว่าสัตว์เขาก็รักที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป หากเขาเหล่านั้นมีหนทางหลบหนี เขาก็อยากที่จะหนี ไปให้พ้นจากความตาย ที่มิได้ตายตามธรรมชาติ เหมือนคนเราเกิดมาแล้วแก่ตายเอง ก็ถือได้ว่าเป้นไปตามธรรมชาติ

ทำอย่างไรถึงจะมีอายุยืนยาว?

การให้คือการได้รับ ยิ่งให้มากก็ยิ่งได้รับมากเท่านั้น อาทิ เช่น การให้ทรัพย์ หรือบริจาค ก็จะทำให้ท่านได้ทรัพย์ ดังนั้น หากท่านประสงค์อยากจะมีอายุยืนยาว ท่านก็ต้องเริ่มต้นจากการให้ การให้ชีวิตเท่ากับเป็นการต่อชีวิต การให้ชีวิตที่เริ่มต้นง่ายที่สุด โดยไม่ต้องใช้ทรัพย์สินเงินทอง คือการไม่เอาชีวิตเขามาเป็นเครื่องบำรุงร่างกายเราเพื่อให้เรามีชีวิตอยู่รอดได้

เริ่มต้นการให้ชีวิตด้วยการทำดังต่อไปนี้?

เริ่มต้นง่ายๆ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เพียงแต่เปลี่ยนแปลงการกิน ด้วยการงดอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ รวมทั้งไม่มีส่วนประกอบอื่นใดที่นำมาจากสัตว์ทุกประเภท และงดการปรุง งดการเสพพืชผัก 5 ชนิด ได้แก่
1 .กระเทียม (หัวกระเทียม ,ต้นกระเทียม)
2.หัวหอม(ต้นหอม,ใบหอม,หอมแดง,หอมขาว ,หอมหัวใหญ่)
3.หลักเกียว (ลักษณะคล้ายหัวกระเทียมแต่เล็กกว่า)
4.กุ้ยฉ่าย (ใบคล้ายใบหอม แต่แบนและเล็กกว่า)
5. (บุหรี่ ยาเส้น ของเสพติดมืนเมา)
การให้ชีวิตผู้อื่นที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ต้องมาตายเพราะความอยาก หรือความไม่รู้ว่าเบื้องหลังกว่าจะได้อาหาร 1 จาน นั้น มีกี่ชีวิตที่เราไม่รู้จักมาก่อนเลยแต่ต้องมาจบชีวิตลง ทั้งๆ ที่เขาเหล่านั้นมิได้สร้างความเดือดร้อน หรือ ทำร้ายเราแม้แต่น้อย มิเคยสร้างความเจ็บแค้นให้เรามาก่อนเลย
ดังนั้น มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องมาตายลง อย่างไม่รู้สาเหตุมาก่อนเลย หากเหตุการณ์ข้างต้นดังกล่าว หากเกิดขึ้นกับตัวเราเอง หรือคนที่เรารัก หรือคนในครอบครัวเรา ความรู้สึกนั้นคงไม่ต่างกัน ชีวิตใครเขาก็มีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เหมือนกับเราๆ ท่านๆ
หลายท่านคงเคยได้ยินข่าวการที่สุนัข มีความรักซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย เมื่อเจ้าของเสียชีวิต สุนัขนั่งเฝ้าที่หลุ่มศพไม่ยอมห่างเลย ย่อมแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าสัตว์ หรือ มนุษย์ ย่อมมีความรัก โกรธ หลง เหมือนๆ กัน
เริ่มต้นด้วยการให้ชีวิตเขาก่อน เราถึงจะได้รับการชีวิตกลับคืนมา หากท่านไม่รู้จักการให้ย่อมไม่มีโอกาสได้รับเช่นกัน ฉันนั้น

วันทั้ง ๗ ที่ท่านควรให้ชีวิตผู้อื่น?

ท่านควรหยุดคิดสักนิดให้เห็นถึงความสำคัญของวันทั้ง ๗ ที่ท่านควรให้ชีวิตผู้อื่น ดังนี้
1.วันเกิดของตนเอง ท่านฉลองวันเกิด ด้วยการเลี้ยงฉลอง แต่การเอาชีวิตอื่นมาเป็นสังเวยความสุขของท่าน มันเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือเปล่า ชีวิตอื่นเขาก็อยากอยู่พร้อมหน้าเหมือนเราเช่นกัน อยากฉลองสนุกสนานเช่นกัน
2.วันเกิดของลูกหลาน เป็นวันที่เราท่านต่างมีความยินดี ดังนั้นเรื่องที่น่ายินดีก็ควรจะให้มีความสุขทั่วหน้า มิใช่มีความสุขเฉพาะเรา ครอบครัวเรา แต่ชีวิตอื่นกลับกลายเป็นเรื่องความสูญเสีย เป็นเรื่องเศร้าของครอบครัวเขา หรือ ญาติพี่น้องเขาต้องมาเศร้าเสียใจเลย
3.วันแต่งงาน เป็นความสุขที่ได้มาพบกัน และได้มีโอกาสใช้ชีวิตร่วมกัน เป้นเรื่องที่น่ายินดี แต่การเลี้ยงฉลองของเราๆ ท่านๆ กลับทำให้อีกหลายชีวิตต้องพลัดพรากจากกันชั่วนิรันดร์ ชีวิตเขาอาจจะต้องเสียคู่ของเขา เสียญาติ เสียพี่น้อง เสียเพื่อนเขาไปตลอดกาล
4.วันเลี้ยงเพื่อนฝูงญาติมิตร
5.วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เรารำลึกถึงบรรพบุรุษของเราได้ ไก่ หรือ หมู ที่เรานำมาไหว้บรรพบุรุษ เขาก็มีที่มาเหมือนกัน ไม่ได้เกิดจากท่อนไม้ มีพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย พี่น้อง เหมือนกับเราเลย ในทางกลับกัน หากไก่ หรือ หมู จับเราๆ ท่านๆ ไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษของไก่ หรือของหมูบ้าง เราๆ ท่านๆ จะคิดอย่างไร
6.วันทำบุญสร้างกุศล
7.วันขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ดังนั้น การเลี้ยงฉลองต่าง หรือการเซ่นไหว้ต่างๆ หากจัดเลี้ยงด้วยอาหารเจ ปลอดชีวิต ยังเป็นการเลี้ยงฉลองที่มีความสุขกันทั่วหน้า ไม่ว่ามนุษย์ หรือสัตว์ ล้วนแล้วแต่ร่วมกันฉลองความสุขได้เหมือนกัน จะได้ไม่สร้างเบื้องหลังอันแสนเศร้าไว้ข้างหลัง ซึ่งรอวันที่ต้องชดใช้ทั้งสิ้น

การให้ชีวิต 1 วันมีผู้รอดชีวิตเท่าไหร่?

เราๆ ท่านๆ ทานอาหารปกติ อย่างน้อย 3 มื้อต่อวัน หากคิดคราวๆ ว่า 1 มื้อ ที่เราทานประกอบไปด้วยอะไรบ้าง เช่น มีข้าว ปลา กุ้ง หมู วัว และอื่นๆ อีกมากมาย
เรามาคิดคราวๆ ว่า 1 มื้อ มี กุ้ง 1 ตัว หมู 1 ชิ้น ปลา 1 ชิ้น เท่ากับ 3 ชีวิต เพราะเขาไม่สามารถที่จะแล่เนื้อมาทีละชิ้นได้ วันต่อไปแล่ตัวเดิมได้ 1 ชิ้นเท่ากับ 1 ชีวิต หากเรากินอย่างนี้ทั้งวัน 3 มิ้อ ก็เท่ากับ ตาย 9 ชีวิตแล้ว ชีวิตสัตว์เหล่านี้ก็ต้องสูญเสีย พ่อแม่ ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง จำนวน 9 ชีวิต
1 วัน ต้องมีชีวิตที่สูญเสีย จำนวน 9 ชีวิต
15 วัน ต้องมีชีวิตที่สูญเสีย จำนวน 135 ชีวิต
30 วัน ต้องมีชีวิตที่สูญเสีย จำนวน 270 ชีวิต
2 เดือน ต้องมีชีวิตที่สูญเสีย จำนวน 540 ชีวิต
1 ปี ต้องมีชีวิตที่สูญเสีย จำนวน 3,240 ชีวิต
10 ปี ต้องมีชีวิตที่สูญเสีย จำนวน 32,400 ชีวิต
ดังนั้น การให้ชีวิตของท่าน สำคัญมากแค่ไหน หากท่านคิดว่าเราไม่ควรที่จะเป็นสุสานฝังศพใครอีกต่อไป ก็ควรหันมาทานอาหารที่ปลอดจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพราะยังมีอีกหลายชีวิตที่รอการให้ชีวิตจากเราๆ ท่านๆ อยู่ครับ ความเมตตาสรรพสัตว์สามารถรับรู้ได้ด้วยจิตอันบริสุทธิ์ของท่านที่มีต่อเขาเหล่านั้น
เราๆ ท่านๆ งดบริโภคเนื้อสัตว์ 1 มื้อ ทำให้หมื่นชีวิตรอดตาย

วีดีโอตัวอย่างที่น่าสงสาร (เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ไม่ควรดู)

ขนสัตว์กันความหนาวเย็น